THE TRUE MEANING OF H.O.M.E : HAPPINESS OWNERSHIP MEMORIES EVERYTHING บ้านแห่งความสุขและความทรงจำของครอบครัว “ตรงกมลธรรม”

THE TRUE MEANING OF H.O.M.E : HAPPINESS OWNERSHIP MEMORIES EVERYTHING บ้านแห่งความสุขและความทรงจำของครอบครัว “ตรงกมลธรรม”

ความหมายของคำว่า บ้าน คือที่ที่อยู่แล้วมีความสุข เป็นสถานที่ที่สะท้อนตัวตนของสมาชิกผู้พักอาศัย เช่นบ้านหลังนี้ของครอบครัวตรงกมลธรรม ที่ทุกอณูอบอวลด้วยความสุข และความทรงจำของทุกคน ห่อหุ้มไว้ภายใต้สถาปัตยกรรมแบบ Deconstructivism Modern สุดคูล พร้อมวิว Ultra Wide Panorama ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ด้านซ้ายมองเห็นสะพานภูมิพล เคียงข้างด้วยสะพานพระราม 9 ทางด้านขวา นับเป็นทำเลงามที่ Unique มากของกรุงเทพฯ

บ้านหลังนี้เป็นของ คุณมานะ-คุณรุ่งทิพย์ ตรงกมลธรรม และ ลูกสาวทั้ง 3 คือ คุณอิสรีย์ (เมเม่) คุณเก็จมณี (มินน่า) และคุณศศิภา (เมนี่) ตั้งอยู่บนพื้นที่ 400 ตร.ว. มีขนาด 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 2,000 ตร.ม. ชั้นล่างเป็นส่วนรับแขกโถงสูงแบบ Double Space ห้องอาหาร ห้องรับแขก ฟิตเนส สระว่ายน้ำ ส่วนชั้นสองเป็นห้องนอน และชั้นสามเป็นพื้นที่เอนเตอร์เทน คาราโอเกะ สตูดิโอสำหรับทำงานศิลปะ และ Roof Terrace คุณมานะเป็นนักธุรกิจที่เป็น Family Man ให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอันดับหนึ่ง ขณะเดียวกันก็บริหารธุรกิจและเป็นหุ้นส่วนธุรกิจมากมาย เช่น บริษัท บุญถาวร เซรามิค จำกัด บริษัท โนวาเทร็นด้า จำกัด บริษัท Naspa Asia บริษัท สยาม เอ็ม ที อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ฯลฯ ซึ่งดีไซน์สถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในของบ้านหลังนี้ได้คุณเมเม่เป็นหัวแรงหลักในการกำหนดแนวทางอินทีเรีย เพราะเธอจบจากสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นศึกษาต่อที่ Parsons Design School, New York ด้าน Strategic Design and Management ทำให้เธอคลุกคลีกับงานด้าน Interior Design อยู่หลายปี ก่อนตัดสินใจกลับมาช่วยธุรกิจของครอบครัวที่โนวาเทร็นด้า ผู้นำด้านการนำเข้าอุปกรณ์ก๊อกน้ำ และอุปกรณ์ห้องน้ำแบรนด์ดัง เช่น Damixa, Sonia และ Novabath โดยรับหน้าที่ดูแลงานด้าน Sale Marketing  

“ครอบครัวเรามีกัน 5 คน และทุกคนชอบสังสรรค์ จัดปาร์ตี้ที่บ้านบ่อยทำให้บ้านนี้ต้องออกแบบให้มีพื้นที่ Private เพียงพอสำหรับทุกคน แล้วก็มีพื้นที่ส่วน Public สำหรับครอบครัวและแขกของเรา ที่สำคัญเปิดรับวิวแม่น้ำให้ได้มากที่สุด จึงได้เลือกมืออาชีพอย่างคุณวสุ วิรัชศิลป์ จาก VaSlab Architecture ที่ออกแบบ Casa de la Flora เขาหลักให้กับญาติของเรา โดยส่วนตัวเมเม่ชอบงานของคุณวสุมาก เพราะมีซิกเนเจอร์ชัดในแนว Deconstructivism Modern ที่รับอิทธิพลการออกแบบจากยุค Avant-garde มีเอกลักษณ์ในรูปแบบที่ไม่ใช่เส้นตรง มีความเอียง บิดในองค์ประกอบทางสถาปัตย์ เน้นปูนเปลือย เสาคอนกรีต และเหล็กเป็นหลัก แต่คุณแม่อยากได้อะไรที่ไม่แข็งเกินไป จึงได้เพิ่มระแนงไม้ที่เป็นฟาซาด เข้าไปในงานดีไซน์ซึ่งช่วยให้ดูอบอุ่นอ่อนโยนมากขึ้น”


บ้านหลังนี้โดดเด่นทั้งการออกแบบ Form & Space เน้นสีโมโนโทนของวัสดุอย่างคอนกรีต ไม้ เหล็ก กระจก เสริมด้วยรูปทรงไดนามิก มีเหลี่ยมมุมที่ดูเท่ โชว์โครงสร้าง เช่น เสาปูนลอย มีหน้าต่างทรงยาวแบบ Strip Window ในบางจุดและมี Roof Terrace ส่วนการตกแต่งภายในนั้นแต่งตามไลฟ์สไตล์ของครอบครัว ในแบบ Eclectic Style โดยคุณเมเม่ได้ผสมผสานความชอบที่หลากหลายของสมาชิกครอบครัวเข้าด้วยกันผ่านการใช้สี รูปทรง การจัดวางองค์ประกอบ จนเกิดมุมมองที่สวยงาม   


“ไลฟ์สไตล์ของคนในบ้านเป็นตัวกำหนดการตกแต่งค่ะ เช่น ห้องนอนของคุณพ่อคุณแม่ก็จะมีกลิ่นอาย Contemporary ส่วนห้องของเม่จะแต่งแบบ Minimal เน้นสีขาวล้วน ส่วนพื้นที่ที่เป็น Public จะเป็นแบบ Eclectic Style เพราะเป็นบ้านของทุกคน เรามีความชอบเหมือนๆ กัน ทำอะไรร่วมกันเสมอ จึงแต่งบ้านด้วยของตกแต่งแห่งความทรงจำของทุกคน เม่ตอบได้หมดเลยว่าของชิ้นนี้ซื้อที่ไหน ของใคร เช่น ของที่ระลึกจากการเดินทางของคุณแม่ โมเดลรถ Lamborghini ของคุณพ่อ รูปที่เม่วาดเอง วิดีโอที่คุณพ่อซื้อมาให้ดูตอนเด็กๆ มันมีสตอรี่ เป็นความทรงจำของครอบครัว นอกจากนี้จะเห็นว่ามี Daybed แบบคลาสสิกแมทช์กับเฟอร์นิเจอร์โมเดิร์น หรือโคมไฟคริสตัลอยู่คู่กับผนังปูนเปลือย ซึ่งเป็นความ Contrast ที่เมื่ออยู่ด้วยกันแล้ว Compliment จนเกิดเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว”  






บรรยากาศภายในบ้านนี้จึงสะท้อนบุคลิกที่ครบเครื่อง มีทั้งรสนิยม หรูหรา เท่ อบอุ่น และความสุขผ่านการตกแต่งแบบ Eclectic Style เช่น แชนเดอเลียร์คริสตัล Fendi สุดหรูประดับไว้เหนือโต๊ะอาหารโมเดิร์นแบรนด์ Cassina รับกับชุดครัวสุดเก๋ของ Poggenpohl หรือห้องรับแขกที่เก๋ไก๋ด้วยโคมไฟแขวน Modern Pop ของ Tom Dixon เข้ากันได้กับเฟอร์นิเจอร์น้ำเงินทองหรูหราที่คุณเมเม่ออกแบบเอง เช่นเดียวกับอีกหลายชิ้น เช่น โซฟาใหญ่และบาร์ไม้ผสมโครงเหล็กบนห้องคาราโอเกะซึ่งเป็นห้องที่ครอบครัวใช้ร่วมกันเสมอ เพราะบ้านนี้เป็นบ้านแห่งการสังสรรค์และเคล้าคลอด้วยเสียงเพลง 


คุณมานะเล่าเพิ่มเติมให้ฟังว่า “ระบบเครื่องเสียงคือสิ่งที่ผมชอบที่สุดในบ้าน โดยติดตั้งไว้ทั่วบ้าน เดินเข้ามาเมื่อไรก็จะได้ยินเสียงเพลงในทุกห้อง มันมีเสน่ห์นะ เราวางระบบอัตโนมัติเชื่อมเครื่องเสียงเข้ากับสมาร์ทโฟนเพื่อใช้ควบคุม แต่ละห้องก็เลือกเพลงได้หมด บ้านหลังนี้อายุ 8 ปี สมัยก่อนยังไม่มีระบบแบบนี้ แต่เรานำนวัตกรรมนี้มาใช้ก่อนใคร ก็เป็นความภูมิใจครับ ส่วนตอนเย็นๆ เราจะปูเสื่อที่สนามหญ้านั่งเล่นรับลมริมแม่น้ำ เพื่อนฝูงก็มา Hangout นั่งจิบไวน์ ชมแสงจันทร์ สูดอากาศดีๆ การอยู่บ้านหลังนี้ทำให้ครอบครัวได้อยู่ด้วยกันมากขึ้น แชร์กันมากขึ้น ความสุขของเราจึง คือบ้านหลังนี้ครับ” 



“ทุกวันนี้ไม่ออกไปปาร์ตี้ที่อื่นแล้วค่ะ ชวนกันมาจัดในบ้านนี้แหละ เม่ว่าบ้านที่ดีที่สุดคือบ้านที่เจ้าของอยู่แล้วมีความสุขที่สุด ต่อให้บ้านจะสวยหรือหรูหราแค่ไหน ถ้าเราไม่มีความสุขก็ไม่มีความหมายอะไรเลย สำหรับเม่บ้านคือสถานที่ที่รวมความทรงจำของทุกๆ คน แล้วจัดวางให้มันดูสวยงามไม่ต้องเปรียบเทียบกับบ้านคนอื่น เพราะเป็นความสุขส่วนตัว ต่อให้คนอื่นบอกว่าไม่สวย แต่หากเรามองแล้ว อยู่แล้วมีความสุขกายสุขใจ มันก็คือบ้านของเรา” คุณเมเม่สรุปปิดท้ายกับนิยามของบ้านหลังนี้ บ้านสำหรับครอบครัวตรงกมลธรรม ไว้ได้อย่างกินใจ