DUSIT CENTRAL PARK ONE OF THE BEST FENG-SHUI AS WELL AS SPECTACULAR ARCHITECTURE

DUSIT CENTRAL PARK ONE OF THE BEST FENG-SHUI AS WELL AS SPECTACULAR ARCHITECTURE



ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค เป็นโครงการ Mix Used ขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยโรงแรม อาคารที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน และห้างสรรพสินค้า รวมอยู่ด้วยกันบนที่ดินตรงหัวมุมบริเวณแยกศาลาแดงติดถนนพระราม 4 ตัดกับถนนสีลม ตรงข้ามกับสวนลุมพินี ในพื้นที่เขตบางรัก โครงการนี้มีงบลงทุนประมาณ 36,700 ล้านบาทเพื่อพัฒนาพื้นที่ทั้งหมด 23 ไร่ 2 งาน 2.72 ตารางวา ซึ่งปัจจุบันนี้โครงการ อยู่ในช่วงกำลังพัฒนาและมีกำหนดเปิดใช้อาคารส่วนของโรงแรมช่วงปี 2565 ส่วนศูนย์การค้าเซ็นทรัล ช่วงปี 2566 และเปิดใช้ทั้งโครงการปี 2567

ที่ดินของโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค เดิมทีเป็นโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นอาคารสูงแห่งแรกที่ถูกสร้างขึ้นและมีความสูง 23 ชั้น ใช้สถาปัตยกรรมแบบไทยเดิม ร่วมสมัย และที่มาของชื่อดุสิตธานีนั้นมาจากตำแหน่งที่ตั้งของโรงแรม ซึ่งอยู่ตรงข้ามสวนลุมพีนีที่มีพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ประดิษฐานอยู่ พระองค์เคยมีพระราชประสงค์ที่จะสร้างเมืองแห่งประชาธิปไตยว่าดุสิตธานีหรือที่ แปลว่าเมืองสวรรค์นั่นเอง โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ได้เปิดกิจการตั้งแต่ปี 2513-2560 รวมระยะเวลากว่า 47 ปี จนกระทั้งปี 2560 ทางกลุ่มดุสิตธานีได้ประกาศการลงนามขยายสัญญาเช่าที่ดินกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ระยะเวลา 30 ปี พร้อมระยะเวลาปลอดหนี้ 7 ปี และสิทธิขยายสัญญาเช่าต่อเนื่องได้อีก 30 ปี ร่วมเป็นระยะเวลา 67 ปีเลยทีเดียว ดังนั้นเครือโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) จึงร่วมพัฒนาโครงการแบบ Mix Used ที่ชื่อ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ซึ่งจะเป็นแลนด์มาร์คที่มีความโดดเด่นสวยงามภายใต้สถาปัตยกรรมไทยโบราณร่วมกับสถาปัตยกรรมแบบไทยร่วมสมัยของกรุงเทพมหานครในอนาคต

นอกจากโครงการนี้จะมีความโดดเด่นในเรื่องการออกแบบให้สวยงามแล้วยังมีความโดดเด่นในเรื่องของฮวงจุ้ยของโครงการโดยเฉพาะเรื่องของทำเลที่ตั้งและการออกแบบโครงการมีลักษณะที่โดดเด่นดังต่อไปนี้
1) โครงการตั้งอยู่ใกล้กับสวนลุมพินี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีฮวงจุ้ยโดดเด่นและดีมากที่สุดจุดหนึ่งของกรุงเทพฯ เนื่องจากบริเวณรอบสวนลุมพินีรายล้อมด้วยอาคารสูงจำนวนมาก แต่ในขณะที่สภาพของสวนลุมนั้นเป็นพื้นที่ราบขนาดใหญ่กว้างถึง 360 ไร่ จึงทำให้อากาศนั้นไหลรวมมาสะสมตัวอยู่บริเวณพื้นที่สวนแห่งนี้ โดยความเป็นจริงแล้วคำว่า “ฮวง” แปลว่า ลม และคำว่า “จุ้ย” แปลว่า น้ำ ซึ่งเป็น 2 อย่างที่ธรรมชาติสร้างขึ้นและไหลได้ ซึ่งเมื่อเกิดการไหลก็จะเกิดการนำพาพลังงานไปด้วย และกฎของการ ไหลนั้นก็จะไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำเสมอ ดังนั้นอากาศหรือพลังงานในกรุงเทพฯจึงมีการไหลมารวมตัวและสะสมอยู่บริเวณพื้นที่ราบของสวนลุมพินีแห่งนี้ ส่งผลให้อาคารที่อยู่รอบสวนลุมพินีได้รับกระแสพลังงานที่ดีนี้ไปด้วย
2) ทำเลติดสี่แยกศาลาแดง โดยถ้ารถวิ่งบนถนนพระราม 4 จะผ่านหน้าโครงการก่อนจะถึงสี่แยกศาลาแดง ซึ่งรถที่วิ่งมานั้นจะต้องถูกหยุดหรือชะลอตัวโดยไฟจราจรของสี่แยกทำให้กระแสพลังงานหรือกระแสลมที่เคลื่อนที่มาพร้อมรถยนต์นั้นต้องหยุดหรือชะลอตัวบริเวณหน้าโครงการซึ่งจะส่งผลดีให้พลังงานสามารถไหลเวียนเข้าสู่โครงการได้ดีขึ้น
3) ทำเลจุดตัดของรถไฟฟ้า 2 สายสำคัญของกรุงเทพมหานครที่เป็นสายดั้งเดิม 2 สายแรกที่มีปริมาณการใช้ของคนจำนวนมากอยู่แล้วและมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อย เมื่อทำเลมีความพลุกพล่านของจำนวนคนที่เคลื่อนไหวจำนวนมากก็จะทำให้มีกระแสพลังงานในบริเวณทำเลนั้นมากด้วยเช่นกันซึ่งก็จะส่งผลดีกับโครงการที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้า
4) การออกแบบโครงการที่แบ่งอาคารออกเป็น 3 อาคาร 1) อาคารสีทองเป็นที่ตั้งของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ 2) อาคารสีเงินเป็นอาคารสำนักงานและศูนย์การค้า Central Park 3) อาคารสีนาคเป็นอาคารที่พักอาศัยแบบสิทธิการเช่าระยะยาว โดยระหว่าง 3 อาคารนี้จะถูกเติมพื้นที่ สีเขียวที่เป็นลานโล่ง สวนหย่อม ซึ่งเป็นการออกแบบที่ดีในด้านฮวงจุ้ยเพราะพื้นที่ลานโล่งจะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของลมหรืออากาศได้ดีกว่าพื้นที่ทึบตัน โดยลานโล่งที่สำคัญของโครงการนั้นมีดังนี้
A. ลานโล่งพื้นที่ติดสี่แยกศาลาแดง รับกระแสพลังงานจากรถที่วิ่งมาจากถนนราชดำริ และยังรับกระแสพลังงานจากคนเดินเคลื่อนไหวบริเวณสี่แยกจำนวนมาก เพราะ สี่แยกนี้เป็นบริเวณจุดตัดของสถานีรถไฟฟ้า 2 สาย
B. ลานโล่งทางเข้าด้านหน้าของอาคารโรงแรมดุสิตธานี รับกระแสพลังงานจากรถยนต์ที่วิ่งบนถนนพระราม 4 เข้าสู่พื้นที่โครงการ
C. ลานโล่งที่เว้นเป็นพื้นที่ทางเดิน รถยนต์ตลอดแนวของอาคารที่ติดริมถนนพระราม 4 ช่วยให้กระแสพลังงานจากรถยนต์บนถนนพระราม 4 และพลังงานจากพื้นที่สวนลุมพินีเข้าสู่โครงการง่ายขึ้น ซึ่งหากเปรียบเทียบอาคารห้างสรรพสินค้าบางอาคารนั้นก็ไม่ได้เว้นระยะทางเดินรถยนต์ริมถนนแบบโครงการนี้
D. ลานโล่งที่เป็นชานพักในแต่ละชั้นเป็นลักษณะเหมือนขั้นบันไดของห้างสรรพสินค้าเพื่อดักพลังงานอากาศที่ไหลลงสู่ที่ต่ำมาสะสมที่ชานพักและไหลเวียนเข้าสู่อาคารในแต่ละชั้นช่วยกระตุ้นให้พลังงานของแต่ละชั้นดีขึ้น นอกจากนี้ส่วนชั้นบนสุดของ Podium ยังออกแบบให้เป็นลานโล่งขนาดใหญ่เชื่อมระหว่าง 3 อาคารซึ่งจะกลายเป็นจุดพักสะสมพลังงานขนาดใหญ่ใจกลางอาคารทั้ง 3 ที่พร้อมจะมีคนเดินผ่านลากกระแสพลังงานจากลานโล่งนี้เข้าไปสู่แต่ละอาคารนั่นเอง

สอบถามรายละเอียดเติมได้ที่
Tel : 081 141 446602 329 1336
Email : [email protected]
Website: www.flexiplan.co.th