THIS JOURNEY TAKE US THROUGH THE HISTORY OF FASCINATING OLD ANTIQUES

THIS JOURNEY TAKE US THROUGH THE HISTORY OF FASCINATING OLD ANTIQUES

สวัสดีครับ ผม เอ-จิตรกร มงคลธรรม เคยนำเสนอแอนทีคที่เป็นประติมากรรมและพระพุทธรูปให้ทุกๆ ท่านได้ยลไปแล้วก่อนหน้านี้ และหลายๆ ท่านต่างให้ความสนใจในความวิจิตรงดงาม ผ่านการถ่ายทอดของช่างฝีมือในอดีต ครั้งนี้ผมจึงขอต่อเนื่องกับ Art & Antiques โบราณที่มีความงดงามและมีคุณค่าไม่น้อย และในฐานะนักสะสมพรม เปอร์เซีย ผมมีมุมมองว่าเราเต็มอิ่มกับความสวยงามจากของสะสมนั้น ไม่ว่าจะเป็นงานในเชิงศิลป์ หรือแง่ประวัติศาสตร์ ที่ทำให้เกิดมุมมองใหม่ๆ นั่นเป็นคุณค่าทางจิตใจอย่างแรกที่สัมผัสได้ แต่หากแอนทีคนั้นเป็นช่องทางการลงทุนที่สร้างผลกำไรได้อีกทางหนึ่งที่เรียกว่า Passion Investment ก็ถือเป็นผลพลอยได้ที่คุณค่านั้นจะถูกส่งต่อไปยังที่ต่างๆ เพื่อให้เกิดการค้นหาความสุขแก่ผู้ที่ครอบครอง ได้ Art Appreciation ในการเสพงานศิลป์หรือนำไปประดับตกแต่งบ้าน ซึ่งที่ผมเลือกมาต้องมีข้อมูลที่มาที่ไป มีประวัติความเป็นมา มีชื่อผู้ครอบครองและเป็นของแท้ทุกชิ้นครับ



พระอรรธนารีศวร
ประติมากรรมขอม ศิลปะแบบนครวัด พุทธศตวรรษที่ 17
ขนาด : ความสูง 34 นิ้ว
พระอรรธนารีศวร เป็นประติมากรรมขอมในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ลัทธิไศวะ สลักเป็นรูปพระศิวะ (พระอิศวร) และพระอุมา (พระปารวตี) ชายาของพระองค์รวมเป็นองค์เดียวอยู่ในท่าอภังค์ (ยืนตรง) คำว่า อรรธนารีศวร มาจาก 3 คำ ได้แก่ อรรธ (ครึ่ง) + นารี (ผู้หญิง) + อิศวร (พระผู้เป็นเจ้า) รวมหมายถึง เทพบุรุษผู้มีร่างครึ่งหนึ่งเป็นสตรี ในที่นี้คือพระอุมาที่ทรงไว้ซึ่งอำนาจของพระสวามี (พระศิวะ) แสดงถึงกำลังของเทพคู่นี้ อันนำความอุดมสมบูรณ์และชีวิตใหม่มาสู่โลก จึงนิยมนำมาบูชาเพื่อขอประทานความสำเร็จ สุขสมบูรณ์ โดยลักษณะประติมากรรม แบ่งครึ่งตรงกลางออกเป็นสองส่วนตามแนวตั้ง แตกต่างชัดเจนครึ่งขวาเป็นสรีระบุรุษคือ พระศิวะ มีมัสสุ (หนวด) ขอบคิ้วคมชัด นุ่งผ้าสั้นเหน็บชายพกปมผีเสื้อ ครึ่งซ้ายเป็นสรีระสตรีคือ พระอุมา นุ่งผ้ายาวจรดข้อเท้าริ้วผ้านุ่งสวยงามชัดเจน เกศาเกล้าสูงครึ่งหนึ่งอีกครึ่งสวมมาลา อรรธนารีศวรองค์นี้ ยกพระกรทั้งสองขึ้นแต่น่าเสียดายที่หัตถ์ทั้งสองข้างหักหายไป

รูปสลักพระอรรธนารีศวรชิ้นนี้ถือเป็นโบราณวัตถุที่หายากและค่อนข้างสมบูรณ์ สลักจากหินทรายมีเกล็ดดำ คุณภาพเกรด 2 เป็นประติมากรรมขอมที่แสดงความรู้สึกเร้นลับลึกซึ้ง จัดอยู่ในศิลปะแบบนครวัด (Angkor Wat) ตรงกับสมัยพระเจ้าสุริยวรมัน ที่ 2 ราวพุทธศตวรรษที่ 17



พระสุโขทัยสำริดไกรทอง
ปางมารวิชัย พุทธศตวรรษที่ 19 ขนาด : หน้าตัก 15 นิ้ว
สุโขทัยเป็นยุคที่พุทธศิลป์ไทยมีความเจริญถึงขีดสุด นับเป็นยุคคลาสสิกศิลปะไทย และเป็นยุคทองของประติมากรรมไทย พระพุทธรูปสำริดสุโขทัยจึงมีพุทธลักษณะงามเลิศ พระสุโขทัยสำริดไกรทอง (เปียกทอง) ปางมารวิชัยองค์นี้ มีพุทธลักษณะในหมวดใหญ่ รัศมีเป็นเปลว พระพักตร์กลมแบบลังกาตามแบบอย่าง ยุคก่อนยุคทอง แต่ขมวดพระเกศาเล็กแบบหมวดตะกวน พระเนตรหรี่ลงต่ำ ข้างขวามีมุกสีขาว พระนลาฏแคบ ขนงโก่ง พระโอษฐ์โค้งเป็นคลื่นยิ้มเล็กน้อย ประทับขัดสมาธิราบนั่งลึกเต็มพระที่นั่ง ซึ่งพระสุโขทัยองค์ดังๆ สวยๆ ของไทยส่วนใหญ่จะประทับขัดสมาธิราบนั่งลึกเต็มเช่นนี้ พระเพลาทอดจากเข่าถึงฝ่าเท้าได้จังหวะสวยงาม ฐานเป็นหน้ากระดานเกลี้ยง ด้วยพุทธลักษณะเหล่านี้พระพุทธรูปองค์นี้จึงน่าจะอยู่ระหว่างช่วงรอยต่อของยุค Pre-Classic ตรงกับหมวดใหญ่ที่จัดเป็นแบบที่งดงามที่สุด

ทั้งนี้ความพิเศษขององค์นี้อยู่ที่เป็นพระเคลือบทองคำ หรือที่เรียกว่าไกรทอง อันเป็นกรรมวิธีโบราณในการทาเคลือบด้วยทองคำ โดยลูบไปตามผิวสำริดขณะยังร้อนจึงเกิดเป็น Texture ที่แปลกตา ซึ่งในยุคสุโขทัยไม่ค่อยมีการไกรทองในลักษณะนี้ พระสุโขทัยสำริดไกรทองปางมารวิชัยองค์นี้จึงนับว่าเป็นพุทธศิลป์ชิ้นงามที่หาได้ยากยิ่งอีกชิ้นหนึ่งของไทย

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจงาน Art & Antiques หรือครอบครองแอนทีคชิ้นไหนอยู่แล้วอยากพูดคุยกับผม สามารถติดต่อ 081 844 5303 ได้เลยครับ