ความสุขบนวิกฤต กับแนวคิดแบบสาระ

ความสุขบนวิกฤต กับแนวคิดแบบสาระ


เป็นเวลา 69 ปีมาแล้วที่ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL ก่อตั้งขึ้นเป็นธุรกิจประกันชีวิตที่คอยดูแลความสุขคนไทยมายาวนานที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา MTL ขับเคลื่อนโดยผู้บริหารหนุ่มสุดแอคทีฟ คุณสาระ ล่ำซำ หรือ คุณป้อง กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MTL ในยุคนี้จึงมีสีสันที่สดใสและสะท้อนบุคลิก ให้ความรู้สึกกระตือรือร้น สามารถเข้าถึงง่าย ตอกย้ำสโลแกน Happiness Means Everything เพราะความสุขคือทุกอย่าง สร้างความใกล้ชิดกับลูกค้า สะท้อนพลังแห่งตัวตนอย่างชัดเจนถึงความทันสมัยและเป็นสากล บวกกับการนำนวัตกรรมและแพลตฟอร์มต่างๆ เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงาน การบริการ การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจ และพัฒนาบุคลากรอย่างเข้มข้น ทั้งหมดนี้ก็เพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าแบบ Outside In ยิ่งขึ้น โดยล่าสุดยังได้เปิดตัว สรรค์สาระ ที่จังหวัดราชบุรี เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ของเมืองไทยประกันชีวิตอีกด้วยเพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องการพัฒนาคนและองค์กร นี่จึงเป็นที่มาของการสร้างศูนย์การเรียนรู้สรรค์สาระ บนถนนเพชรเกษม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี บนพื้นที่กว่า 48 ไร่ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาบุคลากร โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำ Reskill, Up Skill, Relearn และ Unlearn ให้กับพนักงาน คณะผู้บริหาร ตัวแทนประกัน และพาร์ทเนอร์ ให้สามารถทำงานได้อย่างหลากหลาย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นภายใต้โลกยุคใหม่ เพื่อเปิดมุมมองและประสบการณ์ ซึ่งจะนำไปต่อยอดสู่การคิดค้นและสร้างสรรค์สิ่งที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างรอบด้านมากยิ่งขึ้น

ศูนย์การเรียนรู้สรรค์สาระ รายล้อมด้วยธรรมชาติ รูปแบบของ อาคารและการจัดสรรพื้นที่เป็นแบบโปร่งโล่งสไตล์ Campus ในต่างประเทศที่เชื่อมสังคมกับสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน เป็นอาคารประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับธรรมชาติ ออกแบบโดยบริษัท สถาปนิก 49 จำกัด และได้ขอการรับรอง LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ซึ่งเป็นมาตรฐานการประเมินระดับนานาชาติที่แสดงถึงมาตรฐานในการก่อสร้างอาคารสีเขียว มีไฮไลต์อยู่ที่อาคาร Auditorium หรือหอประชุมโพธิพงษ์ ขนาดเกือบ 1,000 ที่นั่ง ทรงกลมโดมไม้สักริมน้ำที่ได้แนวคิดจากโอ่งมังกรของราชบุรี มีส่วน Learning Center เป็นอาคาร 2 ชั้นแบบเปิดโล่ง มีห้องอบรมและห้องประชุมกว่า 16 ห้อง รองรับได้กว่า 1,000 ที่นั่ง นอกจากนี้ยังมีห้องคอมพิวเตอร์ ห้องประชุมขนาดใหญ่ 2 ห้อง 2 รูปแบบ คือ แบบ Lecture และแบบ Step จุได้ 200 คน ห้อง Business Lounge ห้อง War Room มีระบบรองรับ Work From Anywhere ทั่วโครงการมีอาคารที่พัก 66 ห้อง มาตรฐานโรงแรม Relax Room, Fitness และสระว่ายน้ำ พื้นที่จอดรถกว่า 70 คัน และจุดบริการชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถ EV ทั้งนี้การตั้งชื่อพื้นที่ต่างๆ ในศูนย์การเรียนรู้ได้ Represent ชื่อบุคคลผู้เป็นอดีตประธานกรรมการ ประธานอำนวยการ หรือกรรมการผู้จัดการ ที่ผ่านมาของเมืองไทยประกันชีวิตทั้งหมดด้วย



“จริงๆ ธุรกิจประกันเป็นองค์กรที่ต้องเจรจากับคน ต่อให้มีเทคโนโลยีอื่นๆ เข้ามาก็ยังต้องเห็นหน้ากัน เพราะเป็นพื้นฐานความเชื่อมั่น ขณะเดียวกันการทำงานแบบเดิมๆ ที่เคยสร้างการเติบโตให้ธุรกิจในอดีต กำลังจะใช้ไม่ได้อีกต่อไป เพราะโลกเปลี่ยน Generation และ Perception ของคนก็เปลี่ยน การที่ตัวแทนขายมีสกิลเดิมๆ อาจไม่พอ ดังนั้นเราต้องพัฒนาคน จึงต้องมีศูนย์การเรียนรู้เพื่อ Reskill, Up Skill การอบรมที่นี่ไม่ได้เป็นเหมือน Classroom แต่จะเป็นแบบ Sharing ประสบการณ์กันซึ่งการเรียนรู้ที่ได้ผลจริงๆ ต้องมี Eye Contact และต้องมี Interaction ต้องมีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น โดยเราเทรนนิ่งผ่านระบบดิจิทัลแบบ Live พร้อมกัน 5-6 จังหวัด แล้วผมก็ Go Call ลงไปถามเลยว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่ในบางเรื่องก็เป็นการ Coaching เราไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในห้องประชุมอย่างเดียว เราอาจแชร์กันที่ลานสร้างภูมิเป็นที่นั่งแบบอัฒจันทร์ มีขั้นบันไดกว้างเหมือน Town Hall จะนั่งทำงานก็ได้ ใช้เป็นพื้นที่แชร์ข้อมูล แชร์ประสบการณ์แบบไม่เป็นทางการแบบไม่มีขั้น เพราะเราพยายามเอาลำดับขั้นของคนออก ผมพยายามเปลี่ยนแนวคิด ของคนทำงานใหม่ ว่าต้องเป็นทีม ไม่ใช่เจ้านายหรือลูกน้อง แต่เป็นเพื่อนร่วมงาน วันนี้จึงต้องเน้นการแชร์ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ผมเองยังนั่งเรียนกับ Gen Y Gen Z ต้องฟังเขาเยอะๆ เพื่อให้การเดินหน้าจากนี้ไปต้องเห็นภาพเดียวกัน ยอมรับซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นตอนนี้พยายามจะปรับทุกอย่างให้ไปในทางเดียวกัน”


เมื่อโควิด-19 เข้ามา + Digital Disruption + Perception ของคนเปลี่ยน MTL รับมือความท้าทายเหล่านี้อย่างไร “ธุรกิจประกันเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่ต้องอิงกับดอกเบี้ย อิงกับการลงทุน ต้องยอมรับว่ามีความท้าทายอย่างมหาศาล ซึ่งหนักกว่าวิกฤตต้มยำกุ้ง โควิด-19 เป็นตัวเร่งทำให้ต้องพยายามที่จะจับโอกาสหรือจะแก้วิกฤต แต่ถ้าเราก้าวข้ามผ่านไปได้ก็เป็นประสบการณ์ ที่ดี ซึ่งธุรกิจประกันคือการขาย ทำอย่างไรให้ขายได้ เราจึงได้ศึกษา Pain Point ของลูกค้าว่าอะไรทำให้ไม่ซื้อ พบว่ามาจากความไม่เข้าใจ ความไม่ชัดเจน ดังนั้นส่วนหนึ่งคือแก้ที่คน อีกส่วนคือแก้ที่ผลิตภัณฑ์ แก้ที่คนคือต้องให้สกิลที่มากขึ้น ส่วนผลิตภัณฑ์ต้องออกแบบให้เข้าใจง่าย ใช้ง่าย ตอบโจทย์ที่เป็น Personallized มากขึ้น ดังนั้น MTL ต้องพัฒนาคนให้พร้อม พนักงานต้องพร้อมที่จะ Reskill ตัวเอง พร้อมที่จะยอมเปลี่ยน ต้องปรับ Mindset ซึ่งเราเปิดศูนย์การเรียนรู้ขึ้นมาในช่วงโควิด-19 พอดี ก็สามารถรองรับการอบรมแบบ Social Distancing และ Work From Anywhere ได้อย่างดี เป้าหมายการ Reskill ก็เพื่อให้เข้าใจทิศทางการทำงานที่ต่อไปจะต้องขายแบบ Multi Products จึงต้องมี Multi-Skill ต้องพัฒนาทีมเวิร์ก ต้องเรียนรู้เทคโนโลยี Platform และ Process ต่างๆ ที่ช่วยในกระบวนการขาย หรือใช้ในเชิง Data Analytic ทุกวันนี้เป็นโลกที่เป็น Personallized เป็นความเฉพาะตัวมากขึ้น จากนี้ไปการขายของ MTL จะเป็นแบบที่ปรึกษาไม่ใช่เซล เราพยายามเลิกพูดภาษาประกัน แต่สามารถให้คำปรึกษาลูกค้าในการวางแผนชีวิตแบบเข้าใจง่าย”


“ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ การขายเดิมเป็นแบบ Inside Out เราเปลี่ยนเป็น Outside In มองจากมุมของลูกค้าออกมามากขึ้น เพื่อกำจัด Pain Point ตัวอย่างประกันสุขภาพเดิมที่บอกว่าทุนประกันคุ้มครองได้เท่านี้ แต่ในความเป็นจริงจำกัดสัดส่วนค่าแพทย์ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ดังนั้นเราจึงพยายามลบสิ่งเหล่านี้ทิ้ง แล้วออกแบบผลิตภัณฑ์พร้อมปรับ Process ให้ง่ายกับชีวิตจริงมากขึ้น ซึ่งเรามีประกันสุขภาพเยอะมาก เช่น D Health ที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน เหมาจ่ายเต็มตามความคุ้มครองที่ซื้อ และออกแบบมา 2 เวอร์ชันให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม มีทางเลือกสำหรับคนที่มีสวัสดิการหรือประกันอื่นอยู่แล้วแต่ต้องการซื้อเพิ่ม กับสำหรับคนที่เพิ่งซื้อเป็นตัวแรก หรืออย่าง Elite Health สำหรับลูกค้ากลุ่มบนที่คุ้มครองครอบคลุมทุกระยะทั่วโลก ปรับแต่งเบี้ยตามความเป็นจริงในการใช้ชีวิต เช่น คุ้มครองเมื่อไปเรียนต่อในต่างประเทศ แต่พอจบกลับมา เราก็ปรับเบี้ยถอย มาเป็นแบบไทยเบี้ยก็จะถูกลง ซึ่งในอนาคตผลิตภัณฑ์จะกลายเป็นรูปแบบสำหรับบุคคลมากขึ้น จะไม่ใช่แค่ยึด Segment รายได้ อายุ แบบเดิม แต่จะดูจาก Personallized Management แต่ละคน อาจจะใช้ Health Statistics เป็นตัววัดค่าแทน ไม่ใช่ว่าอายุมากขึ้นเบี้ยต้องขึ้นตามความเสี่ยงที่สูงขึ้น เพราะทุกวันนี้คนดูแลสุขภาพดีขึ้น ผมว่าแฟร์กว่านะ ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะคน แทนที่จะเป็นแบบ One For All เหมือนเดิม”


คุณสาระไม่เพียงเป็นหัวเรือใหญ่ที่มีวิสัยทัศน์โดดเด่น นำพา MTL ฝ่ากระแสความท้าทายต่างๆ สู่เส้นทางใหม่ที่น่าจับตามอง ด้วยปรัชญาและประสบการณ์ทำให้ได้รับความไว้วางใจให้เป็นนายกสมาคมประกันชีวิตไทยมาแล้วถึง 5 สมัย

“ในภาพรวมของอุตสาหกรรมธุรกิจประกันชีวิต เราได้เจออะไรใหม่ๆ มากพอสมควรนะครับ ความท้าทายทางเศรษฐกิจก็เรื่องหนึ่ง เรื่องกฎเกณฑ์ กฎหมายใหม่ๆ มาตรฐานใหม่ๆ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง มันมีความท้าทายหลายด้าน ดังนั้นในมุมของสมาคมฯ เราเป็นศูนย์กลาง เป็นตัวแทนในการประสานงาน การเจรจากับหน่วยงานภาครัฐที่กำกับและองค์กรเศรษฐกิจหลักให้เป็นไปอย่างสมดุล นอกจากนี้ก็ผลักดันให้เป็นไปตามพันธกิจของสมาคมฯ เช่น ส่งเสริมการเติบโตของกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจประกันชีวิต พัฒนาศักยภาพให้เป็นสากล ฯลฯ”






ดูเหมือนภาระหน้าที่ของคุณสาระจะอัดแน่นทั้งธุรกิจ MTL ของตนเอง ขณะเดียวกันต้อง ดูแลภาคธุรกิจประกันชีวิต ทั้งระบบควบคู่ไปด้วย แล้วผู้ชาย คนนี้มีวิธีบริหารงานการใช้ชีวิตส่วนตัว และดูแลสุขภาพของตัวเองให้สมดุลได้อย่างไร “จริงๆ การทำงานก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผม ยิ่งเดี๋ยวนี้เรา Work From Anywhere ก็ยิ่งง่าย ผมก็บาลานซ์อยู่ 3 ส่วน คือดูแลเรื่องสุขภาพ ครอบครัว เรื่องงาน Integrate กันได้หมด ขณะนั่งรถไปเล่นกีฬาก็ประชุมได้ ส่วนการออกกำลังกาย ผมก็ใช้เวลาช่วงเช้า เพราะไม่อยากแก่ อยากใช้ชีวิต Enjoy เหมือนเดิม สมัยก่อนผมตื่นเช้ามาก แต่พอโดนโควิดก็เปลี่ยนนิสัย มองว่านอนเยอะก็ไม่เลว ผมนอนทะลุ 7 ชั่วโมงแบบไม่เคยทำได้มาก่อน มันดีนะ รู้สึกไม่เหนื่อย ไม่เครียด คนเราพอถึงอายุ 50 จะรู้ว่าจริงๆ แล้วใจยังสู้ แต่บางทีร่างกายเราไม่ได้ พอได้พักประสิทธิภาพเรื่องงาน เรื่องความจำ ก็กลับมาดีขึ้น นอกจากนี้ผมยังชอบขี่รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ไปต่างจังหวัด บางครั้งผมก็ขี่มาอบรมที่ศูนย์สรรค์สาระ วันหยุดสุดสัปดาห์ผมก็ไปแข่งกีฬาเกือบทุกอาทิตย์ เช่น แข่งไตรกีฬา แข่งว่ายน้ำ แข่งวิ่ง รู้สึกสนุก เป็นการชาเลนจ์ ตัวเอง ได้เรียนรู้ ได้เข้าใจอะไรหลายอย่างที่นอกเหนือจากเรื่องประกัน เช่น ผมนึกว่าว่ายน้ำเป็น มาตลอดชีวิต พอลองเล่นไตรกีฬาผมก็เข้าใจแล้วว่าผมว่ายน้ำไม่เป็น ผมลอยตัวเป็น แต่ว่ายน้ำมันต้องมีเรื่องระบบหายใจ เรื่อง Stroke ต้องเรียนรู้วิธีวิ่ง ท่าที่ถูกต้อง เรียนรู้เรื่อง กล้ามเนื้อ ดูค่าต่างๆ ของร่างกาย เช่น ค่าหัวใจ Cardio Max รู้เรื่อง Anaerobic ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องประกันนะ ในโลกใหม่ของประกันมันคือเรื่องของ Prevention กับ Personallized ได้เข้าใจว่าสุขภาพไม่ใช่แค่นับตามอายุจริง คนที่ดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายมาตลอด อาจใช้ Body Age ที่ได้จากการวัดค่าต่างๆ มาพิจารณาแทน ทำให้เราได้ Innovation ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจจะเป็นหลักเกณฑ์ใหม่ที่มีความเฉพาะตัวและยุติธรรมมากกว่าก็ได้”

การมุ่งมั่นตั้งใจบ่มเพาะเมืองไทยประกันชีวิตให้เป็นบรรษัทธรรมาภิบาลสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ (Products) กระบวนการทำงาน (Process) และการให้บริการ (Service) ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งหมดนี้สะท้อนความเป็นผู้นำที่ทำจริงของ สาระ ล่ำซำ ผู้ชายซึ่งไม่หยุดพัฒนาเป้าหมายของชีวิตไว้เพียงแค่วันนี้ แต่พร้อมพัฒนาไปสู่สิ่งใหม่ที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

Muang Thai Life Assurance Public Co.,Ltd
Tel : 02 274 9400
Website : www.muangthai.co.th